สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทยตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา โดยทรงเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎรในถิ่นห่างไกลทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตและการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของชาติอย่างยั่งยืน หนึ่งใน พระราชกรณียกิจที่โดดเด่นและสร้างคุณูปการอย่างมหาศาลแก่ประเทศชาติ ได้แก่ โครงการป่ารักน้ำ…พระราชปณิธานคืนความชุ่มชื้นสู่ผืนดิน

โครงการป่ารักน้ำ บ้านทรายทอง ต.ปทุมวาปี อ.ส่องดาว จ.สกลนครสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ทอดพระเนตรเห็นความเสื่อมโทรมของป่าไม้ ที่นำไปสู่ความแห้งแล้งของแผ่นดิน โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือหลายพื้นที่ ซึ่งอยู่ใกล้กับแหล่งที่มีการสูบน้ำเกลือจากใต้ดินขึ้นมา เพื่อนำไปต้มเอาเกลือมาใช้ประโยชน์ บริเวณผิวดินนั้นจะปรากฏเป็นส่าเกลือแผ่กระจายเป็นบริเวณกว้าง ในขณะที่บางแห่งเป็นดินที่มีแต่ฝุ่นทราย และถูกทิ้งร้างไว้นับเป็นสิบๆ ไร่ โดยไม่มีพืชพรรณเติบโตขึ้นได้ ประกอบกับความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของราษฎร ซึ่งได้ตัดไม้ใหญ่ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ เช่น ไม้แดง และไม้ประดู่เป็นจำนวนมาก เพียงเพื่อนำไปใช้เป็นฟืนในการต้มเกลือ

พระองค์ทรงวิตกว่า หากปล่อยไว้เช่นนี้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือต้องกลายเป็นทะเลทรายอย่างแน่นอน จึงทรงศึกษาค้นคว้า และทรงพบว่ารากต้นไม้จะอุ้มน้ำจืดเอาไว้ และน้ำจืดจะไปกดน้ำเค็มที่อยู่ในพื้นดินใต้รากลงไป ทำให้น้ำเค็มหรือดินเค็มไม่สามารถลอยตัวขึ้นมาข้างบนได้ เมื่อต้นไม้ถูกตัดมากๆ และนานเข้า ดินเค็มจะลอยตัวขึ้นมา เมื่อดินมีสภาพเป็นดินเค็มทำการเพาะปลูกไม่ได้ผล ราษฎรก็จะไม่มีที่ทำกิน และผืนดินก็จะยิ่งแห้งแล้งขาดความอุดมสมบูรณ์ต่อไปยิ่งๆ ขึ้น เนื่องจากต้นไม้ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ในพื้นดินนั้น
ดังนั้น พระองค์จึงมีพระราชดำริฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติโดยอาศัยความร่วมมือของประชาชน ด้วยทรงตระหนักว่าการรักษาป่าไม้ไว้ให้ได้นั้น จำเป็นต้องสร้างความรู้สึกรักและหวงแหนต้นไม้ให้เกิดแก่ประชาชนเสียก่อน โดยให้ประชาชนรักป่าเหมือนเป็นสมบัติของตนเอง “โครงการป่ารักน้ำ” จึงถือกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๒๕ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นแห่งแรก ณ บ้านถ้ำติ้ว อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร
“โครงการป่ารักน้ำ” เป็นพระราชปณิธานอันแน่วแน่ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่จะบรรเทาวิกฤติการขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง พระองค์ทรงตรัสว่า “ขาดน้ำ ทุกชีวิตสิ้นสุดทันที” การรักษาแหล่งน้ำไว้เป็นที่พึ่งพาอาศัยของมวลสัตว์โลกทั้งหลายนั้นน่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด น้ำ นอกจากจะมีประโยชน์ในการอุปโภคและบริโภคกับคนแล้ว ยังมีประโยชน์กับระบบนิเวศสิ่งแวดล้อมและสัตว์ป่าทุกชนิด เพราะเป็นการฟื้นฟูสภาพของป่าที่เสื่อมโทรมบริเวณของต้นน้ำลำธาร ให้กลับสภาพเป็นพื้นที่ดูดซับน้ำได้เหมือนเดิม ซึ่งการอนุรักษ์ป่าไม้และสัตว์ป่า จะทำให้พื้นที่บริเวณป่าชุ่มชื้น อุดมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ เป็นการรักษาป่าและต้นน้ำลำธาร ของพื้นที่ป่าและบริเวณใกล้เคียงได้เป็นอย่างดียิ่ง

โครงการป่ารักน้ำ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีจำนวน ๕ โครงการ ได้แก่
๑. โครงการป่ารักน้ำ บ้านถ้ำติ้ว ต.ส่องดาว อ.ส่องดาว จ.สกลนคร
๒. โครงการป่ารักน้ำ บ้านป่ารักน้ำ ต.โคกสี อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร
๓. โครงการป่ารักน้ำ บ้านกุดนาขาม ต.เจริญศิลป์ อ.เจริญศิลป์ จ.สกลนคร
๔. โครงการป่ารักน้ำ บ้านจาร ต.ม่วง อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร
๕. โครงการป่ารักน้ำ บ้านทรายทอง ต.ปทุมวาปี อ.ส่องดาว จ.สกลนคร




